3.    ขอบเขตการศึกษา
    ที่ปรึกษาจะดำเนินการศึกษาให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่เกียวข้องกับทางหลวงแนวใหม่ สายทุ่งสง-บรรจบทางหลวงหมายเลข 4 โดยอย่างน้อยจะต้องประกอบด้วยเนื้อหา ดังต่อไปนี้

3.1.1. การทบทวนการศึกษาเดิม
    ที่ปรึกษาจะรวบรวมตรวจสอบรายงานการศึกษาของกรมทางหลวงและหน่วยงานอื่น และศึกษาแผนงานโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ เช่น โครงการบูรณะทางสายหลักทั่วประเทศ การศึกษาความเหมาะสมฯสำหรับแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงจังหวัดภูเก็ต การศึกษาความเหมาะสมฯโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองกระบี่ มาพิจารณาประกอบในการศึกษาด้วย ตลอดจนมติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อกฎหมาย และแผนงานต่างๆ รวมทั้งนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ต่างๆ ทั้งทางด้านการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

3.1.2. การศึกษาด้านเศรษฐกิจและสังคม
    1) งานรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
ที่ปรึกษาจะศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งระดับชาติ ระดับภาค ระดับจังหวัด และในพื้นที่อิทธิพลของโครงการ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลต่างๆดังนี้ ประชากร รายได้ การจ้างงาน จำนวนรถจดทะเบียน ผลิตภัณฑ์มวลรวม การค้าระหว่างประเทศ ข้อมูลด้านอุตสาหกรรมการบริการ การค้า การท่องเที่ยว ดัชนีชี้ภาวะเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆที่สำคัญและจำเป็น อันจะเป็นผลต่อการจราจรในพื้นที่ศึกษา ทั้งที่ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์จะต้องเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
    2) งานศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคต
ที่ปรึกษาจะศึกษาการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น การคาดคะเนอัตราการเพิ่มของประชากร ผลิตภัณฑ์มวลรวม การจ้างงาน รายได้ ตลอดอายุโครงการ เป็นต้น เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์ปริมาณจราจรในอนาคต


3.1.3. การศึกษาคัดเลือกแนวเส้นทางของโครงการ
    1) ที่ปรึกษาจะดำเนินการทบทวนข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลรายละเอียดสายทางปัจจุบัน อุปสรรค และ ข้อจำกัดทางด้านกายภาพ เป็นต้น และพิจารณาปัจจัยด้านต่างๆตลอดแนวเส้นทางโครงการ โดยเสนอแนะหลักเกณฑ์ในการพิจารณากำหนดรูปแบบและแนวทางเลือกของโครงการ เพื่อนำมาพิจารณาสรุปแนวทางเลือกและรูปแบบโครงการที่เหมาะสมที่สุด รวมทั้ง พิจารณาต่อเชื่อมกับโครงข่ายทางหลวงที่ใกล้เคียงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
    2) ที่ปรึกษาจะศึกษาเปรียบเทียบในด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเปรียบเทียบด้านสิ่งแวดล้อม จะต้องนำประเด็นผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่คาดว่าจะมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากการศึกษาผละกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ของแต่ละรูปแบบทางเลือก มาพิจารณาประกอบ ทั้งนี้ จะต้องนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากการดำเนินการมีส่วนร่วมของประชาชนมาประกอบการพิจารณารวมทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้วิธีการประเมินทางด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมมาร่วมพิจารณาด้วย เมื่อวิเคราะห์และได้ข้อสรุปแล้วที่ปรึกษาจะต้องนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดพร้อมทั้งเหตุผลสนับสนุนโดยละเอียดให้กรมทางหลวงพิจารณาเห็นชอบ

3.1.4. การศึกษาด้านการจราจรและขนส่ง
    1) งานรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
ที่ปรึกษาจะรวบรวมข้อมูลด้านการคมนาคมและขนส่งทั้งคนและสินค้าที่เกี่ยวข้องทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่จะต้องใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการคาดการณ์ปริมาณจราจรในอนาคต
    2) งานสำรวจและศึกษาด้านการจราจรและขนส่ง
ที่ปรึกษาจะสำรวจปริมาณจราจรที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์สภาพการจราจรขนส่งในปัจจุบัน รวมทั้งการพยากรณ์ในอนาคต โดยอย่างน้อยจะต้องประกอบด้วย การนับรถแยกประเภท (Classified Traffic Count) การสำรวจจุดต้นทาง - ปลายทาง (Origin - Destination Survey) การสำรวจความสำเร็จ (Traffic Speed Survey) และการสำรวจอื่นๆที่เห็นว่าเหมาะสม รวมถึงที่ปรึกษาจะต้องดำเนินการศึกษาด้านจราจรและขนส่งที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาแบบจำลองเพื่อคาดการณ์ปริมาณจราจร ได้แก่การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วกับปริมาณจราจร (Speed - Volume Relationship) การศึกษาพฤติกรรมการเลือกรูปแบบการเดินทาง (Mode Choice) การศึกษาพฤติกรรมการเลือกใช้เส้นทาง (Route Choice) และการศึกษาอื่นๆที่เห็นว่าเหมาะสมกับโครงการนี้ เช่น การกำหนดช่องจราจรเฉพาะสำหรับรถบรรทุก (Truck Lanes) ซึ่งการสำรวจและการศึกษาข้างต้นจะต้องเพียงพอต่อการวิเคราะห์และพยากรณ์การขนส่งทั้งหมด โดยจะต้องส่งแผนการสำรวจปริมาณจราจรและแนวทางการศึกษาให้กรมทางหลวงเห็นชอบก่อนดำเนินการ
    3) งานจัดทำแบบจำลองด้านการจราจรและขนส่ง
ที่ปรึกษาจะจัดทำแบบจำลองด้านการจราจร (Traffic Model) ตลอดจนการพยากรณ์ปริมาณการจราจรในอนาคตตลอดอายุโครงการ พร้อมทั้งแสดงรูปแบบ วิธีการ และสมมติฐานที่ใช้ในการศึกษาโดยละเอียดอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการศึกษารูปแบบการขนส่งอื่นๆ (Intermodal Study) และการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระหว่างประเทศ โดยผลการศึกษาที่ได้ต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนครอบคลุมถึงความต้องการในการเดินทางของคนและสินค้า นอกจากนี้ เมื่อการศึกษาแล้วเสร็จ ที่ปรึกษาจะต้องส่งมอบ Input Files ในลักษณะ Digital Files ที่ใช้ในแบจำลองด้านการจราจร เช่น โครงข่ายถนนของพื้นที่ศึกษาตารางการเดินทาง ตลอดจนข้อมูลอื่นๆที่จำเป็นเพื่อใช้ในแบบจำลองด้านการจราจรและขนส่ง

3.1.5. การศึกษาด้านวิศวกรรม
    1) งานสำรวจแนวเส้นทางโครงการ
ที่ปรึกษาจะจัดเตรียมแผนที่ และ/หรือ ภาพถ่ายทางอากาศ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของโครงการ พร้อมทั้งทำการสำรวจสภาพภูมิประเทศ ลักษณะของเส้นทาง อุปสรรคสิ่งกีดขวาง และจุดควบคุมอื่นๆเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการออกแบบเบื้องต้น หากมีอุปสรรคหรือสิ่งกีดขวางต่อการปรับปรุงแก้ไขแนวเส้นทาง ที่ปรึกษาจะต้องแนะนำแนวเส้นทางแก้ไขที่เหมาะสม ตลอดจนต้องจัดทำแผนที่แสดงแนวเส้นทางและระดับ โดยมีความละเอียดในมาตราส่วนอย่างน้อย 1:50,000 ในกรณีที่มีการเสนอแนะแนวทางเลือกที่เหมาะสม เพื่อให้กรมทางหลวงพิจารณาเห็นชอบ และเสนอแนะแนวทางแก้ไขอุปสรรคต่างๆที่เหมาะสมเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการออกแบบเบื้องต้น
    2) งานสำรวจและวิเคราะห์สภาพธรณีวิทยา
ที่ปรึกษาจะสำรวจแหล่งปริมาณและคุณสมบัติของวัสดุงานทาง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการออกแบบเบื้องต้น งานทาง สะพน อาคารระบายน้ำ และใช้ประกอบในการประเมินราคาค่าก่อสร้าง
    3) งานออกแบบเบื้องต้น
ที่ปรึกษาจะรวบรวมและศึกษาข้อมูล ทางด้านการจาจร สภาพปฐพีกลศาสตร์ สภาพธรณีวิทยา อุทกวิทยา และอื่นๆที่จำเป็น เพื่อการออกแบบเบื้องต้นของงานทาง งานโครงสร้าง สะพาน อาคารระบายน้ำ ทางแยกต่างระดับ ทั้งที่ปรึกษาอาจจะแนะนำรูปแบบการก่อสร้างแบบเป็นขั้นตอน (Stage Construction) หรือรูปแบบที่สมบูรณ์ (Ultimate Design) ที่เห็นว่าเหมาะสมโดยให้เหตุผลเพื่อสนับสนุนข้อแนะนำเหล่านั้นตลอดจนการออกแบบด้านการป้องกันสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ตามมาตรการที่เสนอแนะจากการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
    4) งานออกแบบงานทาง
ที่ปรึกษาจะดำเนินการออกแบบรายละเอียดงานทางในด้านต่างๆ ได้แก่ การออกแบบแนวทาง แนวระดับ รูปตัด ทางแยก เครื่องหมายและป้ายจราจร รวมถึง งานระบบอำนวยความปลอดภัย การจัดการจราจรระหว่างการก่อสร้าง และงานอื่นๆที่จำเป็น โดยการออกแบบต้องเป็นตามมาตรฐานสากลที่ทันสมัยและมาตรฐานของกรมทางหลวง ทั้งนี้ที่ปรึกษาสามารถแนะนำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เห็นว่าเหมาะสมกับโครงการได้ โดยต้องให้เหตุผลสนับสนุนข้อเสนอแนะเหล่านั้น และได้รับความเห็นชอบจากกรมทางหลวง
    5) งานออกแบบโครงสร้าง
ที่ปรึกษาจะทำการศึกษาผลกระทบต่างๆ ที่จะมีผลต่อการพิจารณาทางด้านโครงสร้างและเสนอแนะรูปแบบทางเลือกเบื้องต้น ชนิดของโครงสร้าง อุโมงค์ สะพาน การจัดช่วงสะพาน ระดับก่อสร้างที่เหมาะสมตลอดทั้งโครงการในลักษณะของการออกแบบเบื้องต้น (Preliminary Design) ทั้งนี้รูปแบบของโครงสร้างทางด้านสถาปัตยกรรม จะต้องกลมกลืนเข้ากับสภาวะแวดล้อมเป็นอย่างดี นอกจากนั้นที่ปรึกษาจะต้องวิเคราะห์หาเทคนิค และเสนอแนะวิธีการก่อสร้างที่เหมาะสม ทันสมัยประหยัดค่าก่อสร้าง และสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว
    6) งานออกแบบทางแยกต่างระดับ
ถ้าหากมีการก่อสร้างทางแยกต่างระดับ ที่ปรึกษาจะศึกษาออกแบบ เพื่อให้การจราจรผ่านไปได้สะดวกคล่องตัว ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และโดยมีผลกระทบต่ออาคารบ้านเรือนน้อยที่สุด
    7) งานดำเนินการทางด้านสาธารณูปโภค
ที่ปรึกษาจะทบทวนตรวจสอบหาข้อมูลสาธารณูปโภคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องพร้อมเสนอแนะรูปแบบ ตำแหน่ง สิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ ภายในพื้นที่โครงการให้เหมาะสม
    8) งานออกแบบระบบระบายน้ำ
ที่ปรึกษาจะศึกษาวิเคราะห์สภาพภูมิประเทศ พื้นที่รับน้ำและปริมาณน้ำ เพื่อทำการออกแบบระบบระบายน้ำให้เหมะสมเพียงพออนาคต
    9) งานคำนวณปริมาณงานก่อสร้างและประเมินราคา
ที่ปรึกษาจะคำนวณปริมาณงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการ พร้อมทั้งประเมินราคาค่าก่อสร้างทั้งหมด โดยให้มีความละเอียดผิดพลาดได้ไม่เกิน 20% ของค่างานก่อสร้างจริง
    10) งานศึกษาและประเมินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
ที่ปรึกษาจะประเมินค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาถนน สะพาน และระบบงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการเวนคืนที่ดิน ค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อม ค่าจ้างควบคุมงาน ค่าจ้างสำรวจและออกแบบ เป็นต้น ตลอดอายุการวิเคราะห์โครงการ


3.1.6 การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
     การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ที่ปรึกษาจะดำเนินการจัดทำรายงานการศึกษาให้สอดคล้องกับ "แนวทางในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการทางหลวง (Guidelines for Preparation of Environmental Impact Statement of a Road Scheme)" ซึ่งจัดทำโดยกลุ่มงานสิ่งแวดล้อม กรมทางหลวง ทั้งนี้ที่ปรึกษาจะนำแนวทางดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางหลักประกอบกับเอกสารทางวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ โดยขอบเขตการศึกษาหลักอย่างน้อยจะต้องประกอบด้วยเนื้อหาดังต่อไปนี้
1)     งานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environmental Examination: IEE)
2)     งานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมขั้นรายละเอียด (Environmental Impact Assessment : EIA) ของทางเลือกที่ได้รับการคัดเลือก
3)     มาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
4)     มาตรการส่งเสริมและปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม
5)     มาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม (Monitoring and Audition)
6)     แผนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Management Plan)
7)     เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Environmental Economics)

3.1.7 การศึกษาด้านการวิเคราะห์โครงการ
1) งานประเมินค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เช่น ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ค่าควบคุมงาน ค่าออกแบบ ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ค่าบำรุงรักษาตลอดอายุการวิเคราะห์โครงการ รวมทั้งค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการเสริมอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายตามาตรการเพื่อป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และรายการอื่นๆ ที่สามารถประเมินเป็นมูลค่าทางการเงินได้
2) งานประเมินผลประโยชน์  ศึกษาและแสดงที่มาของผลประโยชน์ที่ได้รับ ทั้งผลประโยชน์ทางตรงและผลประโยชน์ทางอ้อมของโครงการ ที่สามารถประเมินมูลค่าทางการเงินได้และไม่สามารถประเมินมูลค่าทางการเงินได้ โดยแสดงเป็นราคาด้านการเงินและราคาด้านเศรษฐกิจ และปรับปรุงค่าใช้จ่ายของผู้ใช้เส้นทาง ทั้งค่าใช้จ่ายในการใช้รถ (Vehicle Operating Costs) มูลค่าเวลา (Time Costs) และมูลค่าอุบัติเหตุ (Accident Costs) ให้เป็นปีปัจจุบันและเหมาะสมกับสภาพการจราจรในพื้นที่ โดยจะต้องมีการปรับปรุงข้อมูลพื้นฐาน (Basic Data)ให้ทันสมัยและเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยใช้โปรแกรมที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ สำหรับผลประโยชน์ทางอ้อมของโครงการจะระบุประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ศึกษาและผลประโยชน์โครงการที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น จำนวนการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนการใช้วัตถุดิบ วัสดุ อุปกรณ์ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น
3) งานวิเคราะห์ผลตอบแทนของโครงการด้านเศรษฐกิจ   วิเคราะห์เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ของโครงการ โดยแสดงผลการวิเคราะห์ในรูปของผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (Economic Internal Rate of Return : EIRR) อัตราส่วนผลตอบแทนต่อการลงทุน (Benefit-Cost Ratio : B/C) มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value : NPV) อัตราผลตอบแทนปีแรก (First Year Rate of Return : FYRR) พร้อมทั้งวิเคราะห์ความอ่อนไหวของโครงการ (Sensitivity Test) ให้ครอบคลุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ปริมาณการจราจร การเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจ เช่น อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของเงินทุนโครงการ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น

3.1.8 การมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation)
    กิจกรรมการดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชนในครั้งนี้ กำหนดให้มีความเชื่อมโยง สัมพันธ์ และดำเนินงานควบคู่ไปกับการศึกษาของโครงการ โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อมุ่งให้ข่าวสารโครงการแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างถูกต้อง ชัดเจน และเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นปัญหาหรือข้อสงสัยต่างๆ รวมทั้งมุ่งให้กลุ่มเป้าหมายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและให้ข้อแนะนำต่อโครงการ ต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม โดยใช้การติดต่อสื่อสารแบบสองทางผ่านสื่อประเภทต่างๆ  โดยมีแผนการดำเนินงานดังนี้