ความเป็นมาของโครงการ
    เส้นทางการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยยังขาดความต่อเนื่อง การเดินทางระหว่างเมืองสำคัญ ๆ ในบางพื้นที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางที่มีระยะทางไกลเกินความจำเป็น เช่น การเดินทางระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราช มายังกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น ภูเก็ต พังงา และ กระบี่ จำเป็นต้องใช้เส้นทางต่าง ๆ ประกอบด้วย ทางหลวงหมายเลข 403 ทางหลวงหมายเลข 41 ทางหลวงหมายเลข 44 และทางหลวงหมายเลข 4 ทั้งนี้เนื่องด้วยลักษณะภูมิประเทศของภาคใต้ การพัฒนาโครงข่ายถนนที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่ายถนนในแนวเหนือ - ใต้ ทั้งฝั่งทะเลอันดามัน และฝั่งอ่าวไทย อย่างไรก็ตามยังขาดการเชื่อมโยงโครงข่ายถนนในแนวตะวันตก-ตะวันออก ซึ่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชถึงจังหวัดพังงา เป็นอาณาเขตพื้นที่ในแนวตะวันตก - ตะวันออกที่มีความกว้างมากที่สุด การพัฒนาทางหลวงแนวใหม่ สายทุ่งสง - บรรจบทางหลวงหมายเลข 4 จะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายถนนในภาคใต้ให้มีความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งทางถนนของประเทศ ประหยัดเวลาในการเดินทางและลดต้นทุนค่าขนส่ง นอกจากนี้ยังช่วยรองรับการเดินทางระหว่างภาคใต้ตอนล่างขึ้นสู่กลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามัน ส่งผลให้มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจในเรื่องกิจกรรมการท่องเที่ยวสูงขึ้น

1.1.  ความเป็นมาของโครงการ
    เส้นทางการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยยังขาดความต่อเนื่อง การเดินทางระหว่างเมืองสำคัญ ๆ ในบางพื้นที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางที่มีระยะทางไกลเกินความจำเป็น เช่น การเดินทางระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราช มายังกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น ภูเก็ต พังงา และ กระบี่ จำเป็นต้องใช้เส้นทางต่าง ๆ ประกอบด้วย ทางหลวงหมายเลข 403 ทางหลวงหมายเลข 41 ทางหลวงหมายเลข 44 และทางหลวงหมายเลข 4 ทั้งนี้เนื่องด้วยลักษณะภูมิประเทศของภาคใต้ การพัฒนาโครงข่ายถนนที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่ายถนนในแนวเหนือ - ใต้ ทั้งฝั่งทะเลอันดามัน และฝั่งอ่าวไทย อย่างไรก็ตามยังขาดการเชื่อมโยงโครงข่ายถนนในแนวตะวันตก-ตะวันออก ซึ่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราชถึงจังหวัดพังงา เป็นอาณาเขตพื้นที่ในแนวตะวันตก - ตะวันออกที่มีความกว้างมากที่สุด การพัฒนาทางหลวงแนวใหม่ สายทุ่งสง - บรรจบทางหลวงหมายเลข 4 จะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายถนนในภาคใต้ให้มีความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งทางถนนของประเทศ ประหยัดเวลาในการเดินทางและลดต้นทุนค่าขนส่ง นอกจากนี้ยังช่วยรองรับการเดินทางระหว่างภาคใต้ตอนล่างขึ้นสู่กลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามัน ส่งผลให้มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจในเรื่องกิจกรรมการท่องเที่ยวสูงขึ้น

1.2.   เหตุผลความจำเป็น
    กรมทางหลวงได้พัฒนา ทางหลวงหมายเลข 44 สายกระบี่ - ขนอม เป็นทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร เพื่อเป็นสะพานเศรษฐกิจ (Land Bridge) เชื่อมโยงระหว่างชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกกับด้านตะวันตก รวมทั้งเป็นเส้นทางรองรับการจราจรภาคใต้ตอนบนสู่กลุ่มจังหวัดท่องเที่ยว (ภูเก็ต พังงา และ กระบี่) อย่างไรก็ตามยังขาดโครงข่าย
ทางหลวงซึ่งรองรับการจราจรจากภาคใต้ตอนล่างขึ้นสู่กลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามัน และโครงข่ายถนน
ที่เชื่อมโยงระหว่างแนวตะวันออก-ตะวันตก ยังมีไม่มากพอ กรมทางหลวงจึงได้พิจารณาดำเนินงานโครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทางหลวงแนวใหม่ สายทุ่งสง - บรรจบทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อศึกษาและคัดเลือกแนวเส้นทางที่เหมาะสมในการพัฒนาโครงข่ายดังกล่าวต่อไป กรมทางหลวงจำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรของประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อประชาชน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการนี้ กรมทางหลวงจึงได้กำหนดให้ดำเนินการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participate) ตลอดระยะเวลาการศึกษานี้ด้วย แผนที่ตั้งโครงการแสดงไว้ในรูป

แผนที่ตั้งโครงการ
ขอเชิญประชุมสรุปผลการศึกษาของโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 3) อัพเดต 5 กันยายน 2560
    กรมทางหลวง ขอเชิญผู้แทน ผู้เกี่ยวข้องกับโครงการ หรือผู้ที่สนใจเข้า ร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทางหลวงแนวใหม่ สาย ทุ่งสง-บรรจบทางหลวงหมายเลข ๔
  • วันพุธที่ 13 กันยายน 2560 เวลา 13.00-16.00 ณ ห้องบานบุรี โรงแรมแกรนด์เซาเทริน์ ทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • วันพฤหัสที่  14  กันยายน  พ.ศ. 2560 เวลา 13.00-16.00 น.  ณ ห้องมรกต โรงแรมกระบี่ รอยัล โฮเต็ล อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่
  • ประกาศกรมทางหลวง คลิกที่นี่

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สำนักแผน  กลุ่มงานวางแผน  
กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม 
ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กทม.10400
โทรศัพท์  0-2354-6557 
ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
50 ถนนงามวงศ์วาน  เขตจตุจักร กรุงเทพ 10900
โทร. 02-965-7297-9
โทรสาร  02-965-7296